ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นและการบริโภคอาหารในแนวแมคโครไบโอติคได้รับความสนใจมากขึ้นจึงมีการนำเอาเมล็ดธัญพืชและเมล็ดถั่วชนิดต่างๆมาเพาะเป็นเมล็ดงอกหรือต้นอ่อนเพื่อบริโภค เพราะในระหว่างที่พืชเตรียมการที่จะสืบทอดเผ่าพันธุ์หรือในระหว่างการสร้างเมล็ดนั้น มันจะคัดเลือกอาหารที่ดีที่สุดเก็บสะสมไว้ในเมล็ดเพื่อให้ลูกหลานได้สืบพันธุ์ที่ดีต่อไป  เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าถั่วแต่ละชนิดมีประโยชน์มากมายแตกต่างกันไปแต่ว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าถั่วสามารถนำมาเพาะงอกได้เหมือนกับข้าวแถมยังมีประโยชน์มากมาย อาทิเช่น สารกาบ้าที่สูงกว่าข้าวกล้องงอกหลายเท่า ซึ่งได้รับการตรวจสอบจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์  นอกจากนั้นยังมีสาร เบต้า-แคโรทีน ฟอสฟอรัส กรดแอสปาร์ติก  วิตามินซี  บี12 ซึ่งช่วยซ่อมแซมเซลล์  มีธาตุเหล็กและเลซิติน ช่วยบำรุงสมองระบบประสาท   คนจีนในสมัยก่อนเชื่อว่า ถั่วมีสาร ออซินัน (Auxinon) ช่วยชะลอความแก่

                ไม่เพียงเท่านี้ถั่วแต่ละชนิด ยังมีคุณค่าและประโยชน์ในตัวของมันเองอีกด้วย

ถั่วเขียว (Green Beans)  

มีสรรพคุณแก้ร้อนใน ถอนพิษจากพืชและสารหนู บำรุงสายตา ลดความดันโลหิต รักษาอาการกระหายน้ำ ลำไส้อักเสบ เบาหวาน ช่วยกระตุ้นประสาท โดยมี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และแคโรทีนเป็นส่วนประกอบ

เหตุผลที่ควรกิน เพราะถั่วเขียวให้โปรตีนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ ช่วยให้อิ่มท้อง และระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้น สามารถช่วยผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักได้อย่างดี

เมนูแนะนำ เต้าส่วน ต้มถั่วเขียว ถั่วกวน

ถั่วแดง (Red Beans)

เนื้อถั่วแดงบนไอศกรีมชาเขียวที่เรามักเห็นในร้านอาหารญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ย่อย เนื่องจากถั่วแดงช่วยขับปัสสาวะ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ลมพิษ ดีซ่าน บรรเทาอาการปวดข้อและบวม กำจัดหนองแก้อาหารเป็นพิษ รักษาอาการลำไส้อักเสบหรือถ่ายเป็นเลือด ถั่วชนิดนี้จึงไม่ใช่แค่ของประดับให้ดูสวยงามบนหน้าไอศกรีมเท่านั้น

เหตุผลที่ควรกิน เพราะว่าถั่วแดงมีสารอาหารมากมายเช่น โอเมก้า3,6  วิตามินเอ ซี  บี1,3,6 ไนอะซินและแคลเซียม เหล็ก แถมยังมีแร่ธาตุ อย่างโมลิบดินัม กำมะถัน ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์ที่สำคัญจำนวนมาก มีค่ากรดอะมิโนที่สูงทำให้ถั่วแดงเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่จะช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่ ทำให้ส่งผลดีโดยตรงต่อการผลิตอินซูลิน ช่วยบรรเทาอาการผู้ที่เป็นเบาหวานได้เป็นอย่างดี

เมนูแนะนำ ต้มถั่วแดง ถั่วแดงเย็น ถั่วแดงกวน

ถั่วดำ (Black Beans)

อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคโรทีน ไนอะซิน วิตามินบี 1,2 รวมถึงสารที่ช่วยบรรเทาอาการปวดลำไส้เล็ก มีสรรพคุณบำรุงโลหิต ขับปัสสาวะ ขจัดพิษ บำรุงไต สายตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการบวมน้ำ เหน็บชา ดีซ่าน ไตเสื่อม เป็นต้น

เหตุผลที่ควรกิน เพราะสารสีดำมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันมะเร็งได้เป็นอย่างดี ผลการศึกษายังพบว่า ผู้บริโภคถั่วดำ 3 ถ้วย ต่อวันมีโอกาสเป็นโรคหัวใจต่ำกว่าผู้ที่ไม่บริโภค และยังพบว่าถั่วดำช่วยลดความเสียหายของ ดีเอ็นเอได้

เมนูแนะนำ สาคูถั่วดำ ข้าวเหนียวถั่วดำ

ถั่วเหลือง (Soy Beans)

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มน้ำเต้าหู้ เป็นอาหารเช้า คุณเคยทราบหรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง น้ำเต้าหู้ทำมาจากถั่วเหลือง ซึ่งเจ้าถั่วชนิดนี้มี โปรตีน เลซิติน กรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี1,2  เอ และอี ซึ่งสามารถกระตุ้นกรเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก บำรุงประสาท เสริมสร้างเซลล์สมอง

เหตุผลที่ควรกิน ถั่วเหลืองให้ไฟโตรเอสโตรเจนสูงซึ่งก็คือเอสโตรเจนจากพืชที่มีในฮอร์โมนเพศหญิง โดยปกติผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนก็จะลดลง จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงญี่ปุ่นที่กินอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองมีอัตราการร้อนวูบวาบต่ำกว่าผู้หญิงตะวันตกถึง 6 เท่าเพราะมีไฟโตรเอสโตรเจนในเลือดสูงกว่าถึง 40 เท่า ผลที่ตามมาพบว่าผู้หญิงเอเชียเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้หญิงตะวันตกมาก

เมนูแนะนำ น้ำเต้าหู้ เต้าหู้